ปฏิบัติไว้ห่างไกลโรค การสวมใส่หน้ากากอนามัย เป็นการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด ๑๙ ได้ และควรปฏิบัติร่วมกันกับการล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล ในจำนวนบ่อยครั้ง ตลอดจนควรต้องปฏิบัติร่วมกันกับ หลักการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ด้วยความห่วงใย ขอประชาชนชาวจังหวัดลำพูน สวมใส่หน้ากากอนามัย ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ยับยั้งการแพร่เชื้อโควิด ๑๙

ภารกิจนายก

สายตรงนายก


มาตรฐานการให้บริการ

ร้องเรียน ร้องทุกข์

สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ศูนย์ดำรงธรมม

ข่าวสารอาเซียน

คู่มือประชาชน

facebook

สถิติอุบัติเหตุ

แบบประเมินความพึงพอใจ

LINE@

ตรวจเช็คอีเมล์

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 1/01/2560
วันนี้
42
เมื่อวานนี้
99
เดือนนี้
930
เดือนที่แล้ว
2,607
ปีนี้
28,754
ปีที่แล้ว
53,084
ทั้งหมด
111,177
ไอพี ของคุณ
18.206.194.134


ประกาศริบหลักประกันสัญญา เพื่อนำเงินมาซ่อมแซมแก้ไขความชำรุดบกพร่อง โครงการก่อสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น สำนักงานเทศบาลตำบลป่าสัก

23 มิถุนายน 2563

19 มิถุนายน 2563

19 มิถุนายน 2563

ประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.๑) ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ พร้อมบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเทศบาลตำบลป่าสัก แนบท้ายประกาศ

15 มิถุนายน 2563

เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน และโรงพยาบาลลำพูน ร่วมกับบริษัท แจ่มฟ้าเซฟมาร์ท จำกัด และบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ภายใต้ชื่อ “U DOES GOOD บริจาคเลือด ร่วมใจ เพื่อคนลำพูนปลอด Covid-19” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันทำความดีด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับการรักษาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ในวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ ศูนย์การค้าแจ่มฟ้าช้อปปิ้งมอลล์ ลำพูน
(ข่าวโดย : งาน ปชส.ทต.ป่าสัก)

10 มิถุนายน 2563

รายชื่อเกษตรกรในเขตตำบลป่าสักที่ผ่านหลักเกณฑ์โครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ซึ่งทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเริ่มทำการโอนเงินเข้าบัญชี ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๓ เป็นต้นไป
(ข่าวโดย : งาน ปชส.ทต.ป่าสัก)

18 พฤษภาคม 2563

01 พฤษภาคม 2563

07 เมษายน 2563

27 มีนาคม 2563

19 มีนาคม 2563

เทศบาลตำบลป่าสัก ขอเชิญร่วมโครงการเทศบาลตำบลป่าสักเคลื่อนที่พบประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมการปฏิบัติงานเชิงรุก ร่วมกันออกให้บริการสาธารณะให้กับพ่อแม่พี่น้องในตำบลป่าสัก โดยได้กำหนดจัดกิจกรรมครั้งที่ ๑ ในวันศุกร์ที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ลานหน้าวัดสันคะยอม หมู่ที่ ๑ ตำบลป่าสัก และกิจกรรมครั้งที่ ๒ ในวันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ลานหน้าวัดสันหลวง หมู่ที่ ๑๒ ตำบลป่าสัก โดยจะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. เป็นต้นไป

ซึ่งภายในงานจะมีการให้บริการมากมาย อาทิ การบริการให้คำปรึกษาด้านเกษตร, การบริการให้ความรู้เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การรับชำระภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ, การบริการให้คำปรึกษา การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร การขุดดินถมดินและรับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ, การบริการให้คำปรึกษาด้านปัญหาสุขภาพเบื้องต้น, การบริการให้ความรู้และแนะนำด้านการศึกษา, การส่งเสริมอาชีพ, การบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายต่าง ๆ และการให้ความรู้เชิงวิชาการจากหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรับฟังปัญหา หรือแนวคิดอย่างครอบคลุม ทั้ง ๑๘ หมู่บ้าน เพื่อให้การบริการประชาชนเกิดประสิทธิภาพต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่จะเข้าร่วมการออกบริการครั้งนี้ อาทิ วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง ร่วมบริการตรวจเช็ครถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน, ชมรมช่างเสริมสวย – แต่งผม ตำบลป่าสัก บริการตัดแต่งทรงผมฟรี, ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนตำบลป่าสัก มีกิจกรรมการส่งเสริมการศึกษาและการส่งเสริมอาชีพระยะสั้น (การทำขนม), การให้คำปรึกษาด้านประกันสังคม, การรับสมัครงานนอกสถานที่, การบริการด้านกฎหมาย, การบริการจากธนาคารต่าง ๆ ในพื้นที่ และรับมอบกล้าพันธุ์ไม้สำหรับปลูกในครัวเรือน

แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้!!! ยังมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่จะเข้าร่วมการออกบริการ ทั้งหมด ๓๐ หน่วยงาน และภายในงานยังมีของขวัญของรางวัลมากมาย เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกสำหรับท่านที่เข้าร่วมงาน

เทศบาลตำบลป่าสัก มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการส่งเสริมการบริการเชิงรุกให้แก่ประชาชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จึงขอกราบเรียนเชิญพ่อแม่พี่น้องในตำบลป่าสักทุกท่าน เข้าร่วมโครงการเทศบาลตำบลป่าสักเคลื่อนที่พบประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๑ ในวันศุกร์ที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ลานหน้าวัดสันคะยอม หมู่ที่ ๑ ตำบลป่าสัก และครั้งที่ ๒ ในวันศุกร์ที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ลานหน้าวัดสันหลวง หมู่ที่ ๑๒ ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. เป็นต้นไป โดยท่านสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลตำบลป่าสัก หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๕๓๕๓ ๗๔๗๘ ต่อ ๗๔ ในวันและเวลาราชการ
(ข่าวโดย : งาน ปชส.ทต.ป่าสัก)

21 กุมภาพันธ์ 2563

ในช่วงฤดูแล้งของทุกปี ช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม มักจะเกิดการเผาในที่โล่งเป็นประจำ โดยในช่วงตั้งแต่วันที่ ๑ – ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ พบจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดลำพูนจากดาวเทียมระบบ VIIRS จำนวน ๓๑๔ จุด เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีสาเหตุมาจากการเผาในที่โล่ง ในขุมชน พื้นที่รกร้างว่างเปล่า พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่เขตทางและพื้นที่ป่า ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับปัจจัยทางสภาพอากาศที่มีอากาศปิด การสะสมของควันและฝุ่นละอองจากการเผาไหม้ต่าง ๆ ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ทำให้ค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเพื่อเป็นการป้องกันภัยจากไฟป่า หมอกควัน และลดมลพิษทางอากาศที่จะเกิดขึ้น

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ จังหวัดลำพูนจึงห้ามบุคคลทำการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่จังหวัดลำพูน ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ดังนี้

๑. ในเขตพื้นที่ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม ห้ามไม่ให้ผู้ใด ดำเนินการ เผาขยะมูลฝอย เผากิ่งไม้ใบไม้ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรตลอดจนวัชพืชต่าง ๆ หากมีความจำเป็นต้องเผา ให้ราษฎรแจ้งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตปกครองท้องที่นั้น ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐

๒. ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคน คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน อาสาสมัครทุกประเภท ถือเป็นหน้าที่ต้องสอดส่องดูแลเอาใจใส่ ให้ดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมชี้แจงให้ประชาชนในท้องที่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด

กรณีพบเห็นการกระทำโดยผิดกฎหมาย ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอำเภอ เพื่อทราบ และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หรือแจ้งหน่วยงาน ดังต่อไปนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน/สถานีตำรวจภูธรทุกแห่ง สายด่วน ๑๙๑ ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สายด่วน ๑๓๖๒ หรือโทร ๐ ๕๓๒๓ ๒๐๑๙ สายด่วนทางหลวง ๑๕๘๖ สายด่วนทางหลวงชนบท ๑๑๔๖
(ข่าวโดย : งาน ปชส.ทต.ป่าสัก)

27 มกราคม 2563

         ไวรัสโคโรนา คือ โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Corona Virus [CoV] ซึ่งไวรัสตัวนี้อยู่ในตระกูลเดียวกันกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส (SARS) หรือโรคเมอร์ส (MERS) ซึ่งเป็นโรคระบาดหนักใน 37 ประเทศทั่วโลก เมื่อปี 2002 – 2003 ที่ผ่านมานั่นเอง โดยปกติแล้ว Corona virus เป็นชื่อรวม ๆ ของสายพันธุ์ไวรัส ซึ่งจะคล้าย ๆ กับสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่อย่าง influenza ที่สามารถแบ่งออกได้หลากหลายสายพันธุ์ สำหรับโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบนี้ มีชื่อสายพันธุ์ว่า 2019 nCoV (ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ใช่ชื่อเรียกของสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ) ด้านนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบตั้งข้อสันนิษฐานว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากไวรัสในค้างคาวที่กลายพันธุ์ โดยมี งูเป็นตัวกักเก็บและแพร่เชื้อ ทั้งนี้หากมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ออกมาเพิ่มเติม ในอนาคตเราคงได้ทราบรายละเอียดกันมากขึ้น

หากติดไวรัส “โคโรนา” อาการอย่างไร?

          หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว จะเริ่มแสดงอาการออกมาใน ๑ – ๒ สัปดาห์ และด้วยการที่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ อาการที่มักจะแสดงออกมาจึงมีลักษณะอาการคล้ายการเป็นโรคไข้หวัดคือ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ไข้สูง ปวดหัว และปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งอย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบอาการที่แสดงออกแน่ชัดของการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา

          ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอันดับต้น ๆ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ภายในระยะเวลา 14 วัน หรือผู้ที่มีประวัติการเดินทางกลับมาจากเมืองที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ควรระมัดระวังและเช็คอาการกันสักนิด เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลตัวเองในเบื้องต้น

การป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา

          โดยวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ได้แก่ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด, ไม่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอ (หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน), หลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต, ไม่สัมผัสสัตว์ที่ป่วยหรือตาย, หลีกเลี่ยงการกินสัตว์แปลก ๆ และกินอาหารปรุงสุก, ไม่นำมือไปสัมผัสตา จมูก และปาก หากไม่จำเป็น, ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์, รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ, ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่, พักผ่อนให้เพียงพอ และหากมีอาการไข้ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ทันที

 

 

27 มกราคม 2563

PM 2.5 คืออะไร?

      คำว่า PM ย่อมาจาก Particulate Matters เป็นคำเรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ PM 10 และ PM 2.5 ส่วนตัวเลข 2.5 นั้นมาจากหน่วย 2.5 ไมครอนหรือไมโครเมตรนั่นเอง พูดง่าย ๆ คือ ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร แขวนลอยอยู่ในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่าง ๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถึงจะเป็นเพียงฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว แต่เมื่อมาแผ่อยู่รวมกัน จะกินพื้นที่ในอากาศมหาศาล ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศปริมาณสูง เกิดเป็นหมอกควันอย่างที่เราเห็นกัน

      ฝุ่นละออง PM 2.5 ถือเป็นมลพิษต่อสุขภาพของมนุษย์ตามที่องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญและออกมาแจ้งเตือนให้ทราบ เพราะเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก เส้นผมที่ว่ามีขนาดเล็กแล้ว แต่ PM 2.5 ยังเล็กกว่าเส้นผมถึงยี่สิบเท่า ทำให้เล็ดลอดผ่านขนจมูกเข้าสู่ปอด และหลอดเลือดได้ง่าย ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว

ฝุ่นละอองมาจากไหน?

      สาเหตุของการเกิดฝุ่นละอองมีหลายปัจจัย เช่น โรงผลิตไฟฟ้า ควันท่อไอเสียจากรถยนต์ การเผาไม้ ทำลายป่า เผาขยะ รวมถึงควันบุหรี่ด้วย ซึ่งปกติแล้วกิจกรรมต่าง ๆ ที่คนเราทำทุกวันก็ส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่แหล่งต้นตอสำคัญของ PM 2.5 ในบรรยากาศ คือ การเผาไหม้เชื้อเพลิงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ และฝุ่นจากการก่อสร้าง ตัวเมืองที่มีตึกสูงรายล้อมเหมือน “กรุงเทพ” จะมีลักษณะคล้าย ๆ แอ่งกระทะ เกิดการสะสมของเจ้าฝุ่นร้ายได้ง่าย ซึ่งปกติฝุ่นเหล่านี้จะลอยขึ้นไปในอากาศ ถูกลมพัดฟุ้งกระจายไป แต่ถ้าวันไหนที่อากาศนิ่งไม่ค่อยมีลมพัด ฝุ่นละอองจะไม่ฟุ้งกระจาย ส่งผลให้ระดับความเข้มของฝุ่นในพื้นที่นั้น ๆ สูงมากขึ้นจนกลายเป็นระดับที่อันตรายต่อสุขภาพ และเจ้าฝุ่นร้ายมักวนเวียนอยู่มากในช่วงกลางคืน แต่จะค่อย ๆ จางหายไป เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นส่องสว่างในยามเช้า

มีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร?

      ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นเจ้าฝุ่นร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่มีกลิ่น ขนาดเล็กจิ๋วมาก สามารถผ่านเข้าไปในร่างกายเราลึกได้ถึงถุงลมปอด บางส่วนสามารถเล็ดลอดผ่านผนังถุงลมเข้าเส้นเลือดฝอยล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด และกระจายตัวแทรกซึมไปทั่วร่างกายของเราได้ ความน่ากลัวของเจ้าฝุ่นร้ายนี้ คือ กระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ลดระบบแอนตี้ออกซิแดนท์ รบกวนสมดุลต่าง ๆ ของร่างกาย และกระตุ้นยีนที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งสารอักเสบ ซึ่งมีอันตรายต่อเนื้อเยื่อในร่างกายของเรามาก แล้วส่งผลกระทบต่าง ๆ ตามมา ดังนี้ กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคจมูกอักเสบ ภูมิแพ้ โรคหอบหืดและโรคถุงลมโป่งพอง, กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และสำหรับผลระยะยาวจะทำให้การทำงานของปอดถดถอย อาจเกิดโรคถุงลมโป่งพองได้แม้จะไม่สูบบุหรี่ก็ตาม และเพิ่มโอกาสทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ด้วย

ข้อแนะนำและวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นพิษ PM 2.5

  1. ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
  2. หลีกเลี่ยงการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง เผาพื้นที่เพื่อเตรียมการทำเกษตรกรรม เผาขยะ หรือวัสดุเหลือใช้
  3. ควบคุมกระบวนการก่อสร้างให้มีฝุ่นน้อยที่สุด
  4. ออกกำลังกายในที่ร่ม ฝุ่นน้อย ๆ และไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกกำลังกาย
  5. รับประทานอาหารเสริม อาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินอีสูง เช่น ถั่ว ปลา (มีโอเมก้า 3 มาก)
  6. ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกข้างนอกบ้าน หรือที่โล่งแจ้ง ให้ใส่หน้ากากพิเศษชนิด ที่เรียกว่า “N 95” โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบการหายใจหรือโรคหัวใจเรื้อรัง สำหรับคนทั่วไปอย่างน้อยให้ใส่ “หน้ากากอนามัย” โดยต้องใส่ให้ถูกต้อง ถูกวิธี คือ หันด้านที่เป็นสีเขียวและเป็นมันออกด้านนอก ให้ส่วนที่มีแผ่นเสริมความแข็งแรงและช่วยการเข้ารูปอยู่ด้านบนของจมูก สังเกตรอยพับของผ้าด้านหน้าต้องพับลง หากใส่ผิดรอยพับจะกักเก็บฝุ่นละอองในรอยพับ ทำให้หายใจลำบาก

ประเภทของหน้ากากอนามัยและการเลือกใช้ให้เหมาะสม

  1. หน้ากากอนามัยชนิด N 95 เป็นหน้ากากอนามัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ ได้มาตรฐาน และได้รับการยอมรับว่าสามารถป้องกันเชื้อโรคได้ดีที่สุด เพราะป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน เหมาะสำหรับป้องกันมลพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 5 ควันพิษ ไอเสียรถยนต์ และไอระเหยของสารเคมีต่าง ๆ
  2. หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น หรือที่เรียกว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เป็นแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาทั่วไป เน้นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคจากการไอหรือจามจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราได้ แต่หากเป็นเชื้อไวรัสซึ่งมีอนุภาคเล็กระดับไมครอนอาจไม่สามารถป้องกันได้ จึงไม่เพียงพอหากต้องการป้องกันฝุ่นพิษ PM 5 และควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่แนะนำให้ใช้ซ้ำ
  3. หน้ากากอนามัยแบบผ้าฝ้าย ระดับความป้องกันไม่แตกต่างจากหน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ เน้นการป้องกันการกระจายของน้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอจาม สามารถป้องกันฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 ไมครอนขึ้นไป จึงไม่เหมาะกับการป้องกันฝุ่นละออง PM 5 แต่มีข้อดี คือ ประหยัด สามารถนำไปซักกับน้ำยาฆ่าเชื้อโรคแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้

      สรุปแล้ว ฝุ่นละออง PM 2.5 ถือเป็นมลพิษต่ออากาศและร่างกาย เราควรป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ คือ หน้ากาก N 95 ส่วนหน้ากากประเภทอื่นนั้น ช่วยป้องกันได้เพียงส่วนหนึ่ง และควรใส่ให้ถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่วิธีที่ดีสุด คือ การแก้ที่ต้นเหตุ ดังนั้น มาร่วมด้วยช่วยกันคืนอากาศบริสุทธิ์ให้พวกเราทุกคน โดยควบคุมเจ้าฝุ่นร้าย PM 2.5 ไม่ให้เกินมาตรฐาน

21 มกราคม 2563

เทศบาลตำบลป่าสัก ขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนตำบลป่าสัก ร่วมโครงการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ในวันเสาร์ที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ สนามวอลเล่ย์บอล สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน หมู่ที่ ๑๕ บ้านน้ำบ่อเหลือง ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ซึ่งภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมนันทนาการตามซุ้มกิจกรรมต่าง ๆ การแสดงความสามารถชิงรางวัลบนเวที และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ ผู้ที่มีความประสงค์ร่วมบริจาค สนับสนุนของขวัญของรางวัล ทุนการศึกษา สามารถบริจาคได้ที่ กองการศึกษา เทศบาลตำบลป่าสัก หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๕๓๕๓ ๗๔๗๘ ต่อ ๓๒, ๐๙ ๓๒๓๕ ๑๑๖๒, ๐๙ ๓๒๓๙ ๘๓๙๘, ๐๙ ๕๒๓๕ ๒๒๒๐
(ข่าวโดย : งาน ปชส.ทต.ป่าสัก)

 
07 มกราคม 2563

12345.....>>>|

ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 / 9  (129 รายการ)