ปฏิบัติไว้ห่างไกลโรค การสวมใส่หน้ากากอนามัย เป็นการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด ๑๙ ได้ และควรปฏิบัติร่วมกันกับการล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล ในจำนวนบ่อยครั้ง ตลอดจนควรต้องปฏิบัติร่วมกันกับ หลักการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด ด้วยความห่วงใย ขอประชาชนชาวจังหวัดลำพูน สวมใส่หน้ากากอนามัย ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ยับยั้งการแพร่เชื้อโควิด ๑๙

ภารกิจนายก

สายตรงนายก

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

ร้องเรียน ร้องทุกข์

มาตรฐานการให้บริการ

สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ศูนย์ดำรงธรมม

ข่าวสารอาเซียน

คู่มือประชาชน

facebook

สถิติอุบัติเหตุ

แบบประเมินความพึงพอใจ

LINE@

ตรวจเช็คอีเมล์

ข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 1/01/2560
วันนี้
113
เมื่อวานนี้
99
เดือนนี้
3,718
เดือนที่แล้ว
3,920
ปีนี้
45,315
ปีที่แล้ว
53,084
ทั้งหมด
127,738
ไอพี ของคุณ
34.237.138.69


วัดพระธาตุทรายทอง


        วัดพระธาตุทรายทอง เดิมชื่อวัดดอยน้อย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๙ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน บนพื้นที่ ๙๘ ไร่เศษ สภาพโดยรอบเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมสภาพซึ่งมีการปลูกป่ากันใหม่ เมื่อเลี้ยวเข้าไปจะเห็นสำนักวิปัสสนากรรมฐานเป็นเรือนไม้เล็กๆกว่าสิบหลังอยู่ทางด้านซ้ายมือ วัดนี้ใช้เป็นที่อบรมวิปัสสนากรรมฐาน 

        ตามหนังสือประวัติวัดพระธาตุทรายทอง เล่าไว้ว่า ทางมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ประเทศอังกฤษ ได้หลักฐานชิ้นนี้มาจากประเทศอินเดีย กล่าวถึงประวัติวัดพระธาตุทรายทองว่า เมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดอยน้อยนี้เพื่อทรงโปรดชาวเม็ง ชาวยอง ที่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ พร้อมกับตรัสว่า ในอนาคตบริเวณนี้จะเป็นที่ดำรงพระพุทธศาสนาตลอด ๕ พันปี ชาวเม็งกับชาวยองพากันปลาบปลื้มใจมาก เมื่อพระพุทธองค์จะเสด็จกลับ จึงกราบทูลขอรอยพระพุทธบาท พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงประทับรอยพระหัตถ์และรอยพระบาทไว้บนหน้าผา ซึ่งเป็นแผ่นหินใหญ่หลังวัดพระธาตุทรายทองแห่งนี้ แล้วทรงไปตากผ้าจีวรที่วัดพระบาทตากผ้าอีกด้วย หลังจากทรงปรินิพพานแล้ว พระมหากัจจายนะ ได้นำพระบรมสารีริกธาตุ ๓ องค์ คือ ส่วนพระเศียร, ส่วนหน้าอก (พระอุระ), ส่วนนิ้ว (พระดรรชนี) รวมเป็น ๓ องค์ ขนาดองค์ละเท่าเมล็ดทรายทองใส่มาในบาตร โดยทางนภากาศมาลงบรรจุไว้ในพระธาตุแห่งนี้ ๑,๔๐๐ ปีต่อมา พระแม่เจ้าจามเทวี เจ้าผู้ครองนครหริภุญชัย เห็นว่าพระธาตุองค์เดิมยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จึงทรงสร้างเจดีย์ครอบองค์เก่าไว้ และประทับวัดนี้เมื่อครั้งบวชเป็นชี เมื่อพระนางสวรรคต วัดนี้ก็กลายเป็นวัดร้างถึง ๔๐๐ ปีมาแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านในชุมชนบ้านทรายทองเคยเห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเป็นแสงสว่างหรือดวงแก้วขนาดเท่ามะพร้าว มีสีเขียวมรกตปนขาวลอยไปลอยมาบริเวณนั้นและมีแสงสว่างจ้าในวันสำคัญๆ ทางพระพุทธศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชาฯลฯ งานประเพณีสรงน้ำพระธาตุดอยน้อยหรือพระธาตุทรายทอง มีขึ้นในเดือนมิถุนายน แรม ๘ ค่ำ เดือน ๙ เหนือของทุกปี


การเดินทางมาเที่ยว: การเดินทางไปวัดพระธาตุทรายทอง สามารถเข้าทางสามแยกดอยติ เลี้ยวเข้าไปทางสายตัวเมืองลำพูน และให้สังเกตป้ายชี้ทางสีน้ำเงินชี้ว่าให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านทรายทอง ซึ่งอยู่ด้านซ้ายของถนน แล้วต่อจากนั้นก็ตรงไปเรื่อยๆ เลยครับ วัดพระธาตุทรายทองจะอยู่ด้านซ้ายของถนนใหญ่

 

อ้างอิง

๑. http://info.dla.go.th/public/travel.do?cmd=goDetail&id=313398&random=1417917110156

๒. https://wichaipy9738.wordpress.com/2014/11/24/วัดพระธาตุทรายทอง-ลำพูน/


 
12 กรกฎาคม 2560